
E Ink Kaleido 4 จอสีอีเปเปอร์อัปเกรดคอนทราสต์ 50% และเล่นวิดีโอ 18fps
E Ink เปิดตัว Kaleido 4 จอสีอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ที่อัปเกรดการแสดงผลหลายด้าน โดยบริษัทระบุว่ารุ่นนี้ให้ขอบเขตสีมากกว่ารุ่นก่อนสองเท่า เพิ่มการสะท้อนแสงของพื้นสีขาว 15 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มคอนทราสต์ 50 เปอร์เซ็นต์ อีกจุดที่ทำให้ข่าวนี้น่าสนใจคือ Kaleido 4 รองรับการเล่นวิดีโอได้สูงสุด 18 เฟรมต่อวินาที ขณะที่อุปกรณ์เครื่องแรกที่ใช้จอใหม่นี้คือ Hanvon M10C II สมุดโน้ตอิเล็กทรอนิกส์สีที่เปิดตัวร่วมกับเทคโนโลยีดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026
Kaleido 4 เปลี่ยนอะไรจากจอสีรุ่นก่อน
จอ E Ink เป็นตัวเลือกที่หลายคนคุ้นจากเครื่องอ่านอีบุ๊กและสมุดโน้ตดิจิทัล จุดเด่นคือการอ่านเนื้อหาที่เป็นข้อความและการใช้พลังงานต่ำตามแนวทางของจออิเล็กทรอนิกส์ แต่จอสีรุ่นก่อนยังมีข้อจำกัดเรื่องสีที่ดูไม่สดและคอนทราสต์ที่ต่ำกว่าจอแท็บเล็ตทั่วไป การพัฒนา Kaleido 4 จึงมุ่งปรับสมดุลระหว่างการอ่านแบบคล้ายกระดาษกับการแสดงเอกสารที่มีสีและภาพประกอบ
ตามข้อมูลของ E Ink ขอบเขตสีหรือ color gamut volume เพิ่มเป็นสองเท่าและมากกว่า 40K เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พื้นสีขาวสะท้อนแสงเพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ส่วนคอนทราสต์เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบจากผู้พัฒนา ไม่ใช่ผลทดสอบจากห้องทดลองอิสระ ภาพประกอบ สีในกราฟ และรายละเอียดของแผนภูมิจึงมีโอกาสแยกชั้นได้ชัดเจนขึ้นตามที่บริษัทอธิบาย โดยยังคงแนวทางการอ่านบนจออิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานต่ำ
เล่นวิดีโอได้สูงสุด 18 เฟรมต่อวินาที
Kaleido 4 ใช้แผงวงจร Oxide-TFT ซึ่งรองรับแรงดันขับที่สูงขึ้นและช่วยเพิ่มความเร็วในการปรับภาพ E Ink ยังปรับระบบไฟหน้าจอใหม่ให้การแสดงสีดูเป็นธรรมชาติและมีรายละเอียดขึ้น ส่วนอัลกอริทึมรุ่นใหม่ช่วยให้จอเล่นภาพเคลื่อนไหวได้สูงสุด 18 เฟรมต่อวินาที
การรองรับวิดีโอทำให้จอสี E Ink ขยับจากการแสดงหน้าหนังสือ ภาพนิ่ง หรือเอกสาร ไปสู่เนื้อหาที่มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น อย่างไรก็ดี 18 เฟรมต่อวินาทีเป็นตัวเลขสูงสุดที่ระบุสำหรับเทคโนโลยีนี้ จึงควรมองว่าเป็นความสามารถเพิ่มขึ้นของจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะให้การเคลื่อนไหวลื่นเท่าจอมือถือหรือแท็บเล็ตทั่วไป ประโยชน์ที่ชัดในตอนนี้คือการเปิดทางให้เนื้อหาดิจิทัลหลากหลายขึ้นบนอุปกรณ์ประเภทอ่านและจด
Hanvon M10C II คืออุปกรณ์รุ่นแรก
Hanvon M10C II เป็นเครื่องแรกที่ประกาศใช้ Kaleido 4 โดย E Ink ระบุว่าอุปกรณ์รุ่นนี้พัฒนาร่วมกับเทคโนโลยีของ Hanvon ทั้งการอัปเดตภาพ การเขียน การบันทึกเสียง และเครื่องมือสำนักงานที่ใช้ AI ตัวเครื่องยังรองรับ OCR สำหรับอ่านข้อความจากภาพและเอกสาร การซิงก์ห้องสมุดบนคลาวด์ รวมถึงการปรับการแสดงผลของแอปภายนอกให้เหมาะกับหน้าจอ
ด้านการเขียน Hanvon ระบุว่า M10C II มาพร้อมปากกาไร้แบตเตอรี่แบบไร้สายที่รับแรงกดได้ 8,192 ระดับ และพื้นผิวกระจกนิรภัยสีดำแบบไมโครเอ็ตช์เพื่อลดแสงสะท้อนและระยะเหลื่อมระหว่างปลายปากกากับภาพบนจอ บริษัทระบุว่าการผสาน Oxide-TFT เข้ากับระบบเพิ่มแรงดันและชิปควบคุมเวลาของ Hanvon ทำให้การพลิกหน้าและเลื่อนหน้าจอของ M10C II เร็วขึ้น 27 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้เป็นการปรับระดับระบบของอุปกรณ์ ไม่ใช่ค่าความเร็วของแผงจอเพียงชิ้นเดียว
เหมาะกับเอกสารสีและการจดงาน
E Ink ยกตัวอย่างเนื้อหาที่ต้องการสีและรายละเอียด เช่น PDF สี งานนำเสนอ กราฟข้อมูล ภาพประกอบเพื่อการเรียน และแบบทางวิศวกรรม การเพิ่มขอบเขตสีและคอนทราสต์จึงเกี่ยวข้องกับผู้ใช้ที่อ่านหรือทบทวนเอกสารเหล่านี้บนจอ E Ink โดยตรง ส่วน M10C II เพิ่มเครื่องมือจด เขียน แปลงข้อความด้วย OCR และบันทึกเสียงให้เข้ากับงานเรียนหรือประชุม
Kaleido 4 เป็นการอัปเกรดทั้งคุณภาพสี ความสว่าง คอนทราสต์ และการเคลื่อนไหว โดยมี Hanvon M10C II เป็นผลิตภัณฑ์แรกที่นำไปใช้ จุดที่ควรติดตามต่อคือประสบการณ์จริงบนเครื่องและการนำจอรุ่นนี้ไปใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต ในตอนนี้ ข่าวนี้จึงเป็นสัญญาณว่าจอ E Ink สีเริ่มรองรับเนื้อหาที่หลากหลายขึ้น ขณะที่ยังรักษาแนวทางการอ่านและเขียนแบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กระดาษไว้
ข้อมูลเพิ่มเติม: ประกาศจาก E Ink · รายละเอียดเปิดตัว Hanvon M10C II



