
Google วางขาย Fitbit Edge วันนี้ สายรัดสุขภาพจอ 1.34 นิ้ว แบตเปลี่ยนเองได้
Google วางขาย Fitbit Edge อย่างเป็นทางการวันนี้ (27 ตุลาคม 2026) ที่สหรัฐอเมริกา หลังเปิดรับพรีออเดอร์มาตั้งแต่ประกาศตัวเมื่อ 12 ตุลาคม นี่คือ Fitbit สายรัดสุขภาพรุ่นหลักตัวแรกในรอบหลายปีที่มาแทน Charge 6 ผมอ่านประกาศของ Google แล้วสรุปจุดที่น่าสนใจมาให้ครับ
ตำแหน่งของ Fitbit Edge ในไลน์ Google
Edge อยู่ระหว่าง Fitbit Air ที่ไม่มีหน้าจอ กับ Pixel Watch 5 ที่เป็นสมาร์ทวอทช์เต็มตัว ข้อดีคือใช้ได้ทั้ง Android 11 ขึ้นไป และ iPhone ที่ iOS 16.4 ขึ้นไป ต่างจาก Pixel Watch ที่ใช้กับ iPhone ไม่ได้ ระบบปฏิบัติการเป็น Fitbit OS แบบไทล์ ไม่ใช่ Wear OS ตัวเครื่องจึงเน้นดูข้อมูลได้เร็วและแบตอึด
จอใหญ่สุดของ Fitbit
จอเป็น Hybrid OLED ขนาด 1.34 นิ้ว Google บอกว่าใหญ่และสว่างที่สุดของแทร็กเกอร์ Fitbit ที่เคยทำ พื้นที่แสดงผลมากกว่ารุ่นก่อน 46% อ่านออกแม้อยู่กลางแดด ตัวเครื่องหนา 11.5 มม. เคสอะลูมิเนียมรีไซเคิล และมีปุ่มด้านข้างแบบกดได้จริงให้สัมผัสตอบสนอง Google ยังเคลมว่าตัวเคสเบากว่า Apple Watch Series 12 ราว 45%
จุดต่างที่สุด: ซ่อมได้ เปลี่ยนแบตเองได้
สิ่งที่ผมมองว่าเด่นที่สุดคือ Google เรียกมันว่า Fitbit รุ่นแรกที่ซ่อมได้ โครงสร้างภายในเป็นโมดูลและแบตเตอรี่เปลี่ยนได้ ในตลาดที่แทร็กเกอร์ส่วนใหญ่เป็นตัวปิดผนึก แบตเสื่อมแล้วต้องทิ้งทั้งเครื่อง แนวทางนี้ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ชัดเจน
แบตเตอรี่และการชาร์จ
- ใช้งานได้สูงสุดราว 7 วันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (Google ระบุว่าเป็นค่าประมาณจากการทดสอบรุ่นก่อนผลิตจริง ผลจริงอาจน้อยกว่า)
- ชาร์จแม่เหล็กแบบเร็ว ได้แบตใช้งานเต็มหนึ่งวันในเวลาราว 5 นาที ต้องใช้อะแดปเตอร์ 30W ซึ่งขายแยก
ฟีเจอร์ออกกำลังกายและสุขภาพ
- GPS ในตัว Google เคลมว่าแม่นยำขึ้นสูงสุด 40% เทียบกับรุ่นก่อน ใช้งานได้โดยไม่ต้องพกมือถือ
- โหมดออกกำลังกายมากกว่า 50 แบบ และตรวจจับการออกกำลังกายอัตโนมัติได้สูงสุด 100 ประเภท
- เซนเซอร์วัดชีพจรต่อเนื่อง, ECG (เฉพาะบางประเทศ), เซนเซอร์อุณหภูมิผิว, วิเคราะห์ช่วงการนอน และคะแนนการฟื้นตัวจาก HRV
- ฟีเจอร์ Health Guardian เช่น แนวโน้มความดันและแนวโน้มอินซูลินดื้อ รวมถึงการแจ้งเตือนชีพจรสูง/ต่ำ ขึ้นกับภูมิภาคและรุ่น และ Google ระบุว่าเป็นข้อมูลเพื่อสุขภาพทั่วไปเท่านั้น
- กันน้ำ 50 เมตร (5 ATM) และ IP68 แต่ Google ย้ำว่าไม่ได้กันน้ำหรือกันฝุ่นสมบูรณ์
สีและสาย
เคสมี 4 สี ได้แก่ Obsidian (ดำด้าน), Fog (เงินขัดเงา), Olive และ Canyon (ทองอบอุ่น) สายมีให้เลือกหลายแบบ คือ Active Sport, Performance Loop (ระบุว่ากำลังจะมา), Magnet และ Metal Links ซึ่งขายแยก นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ Stephen Curry Special Edition
ราคาและการวางขาย
ราคาในสหรัฐฯ เริ่มต้น 179.99 ดอลลาร์ ส่วนรุ่น Stephen Curry Special Edition 219.99 ดอลลาร์ มีสิทธิ์ใช้ Google Health Premium ฟรี 3 เดือน ฟีเจอร์ด้านโค้ชและข้อมูลเชิงลึกบางส่วนต้องสมัครสมาชิกต่อหากอยากใช้หลังหมดช่วงทดลอง ข้อมูลที่ผมยืนยันได้จากประกาศคือการวางขายในสหรัฐฯ วันที่ 27 ตุลาคม ครับ
ใครควรสนใจ
- คนที่อยากได้สายรัดสุขภาพจอใหญ่ แบตอยู่ได้เป็นสัปดาห์ และใช้กับ iPhone ได้
- คนที่ไม่อยากเปลี่ยนอุปกรณ์ทิ้งเมื่อแบตเสื่อม เพราะเปลี่ยนแบตเองได้
- สายวิ่งที่ต้องการ GPS ในตัวโดยไม่ต้องพกมือถือ
ผมยังไม่ได้ทดสอบตัวจริง ตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูลจากผู้ผลิต ต้องรอรีวิวอิสระเพื่อดูความแม่นยำและแบตเตอรี่จริงครับ



