
Nothing OS 5.0 บน Android 17 เสถียรแล้ว ถึง Phone (4a), (4a) Pro, (3a), (3a) Pro พร้อมแถบสถานะสามสีและ Dual-view Video
Nothing เริ่มปล่อยอัปเดตเสถียร Nothing OS 5.0 บน Android 17 ให้มือถือเพิ่มอีก 4 รุ่นแล้ว ได้แก่ Phone (4a), Phone (4a) Pro, Phone (3a) และ Phone (3a) Pro ตามรายงานของ GSMArena เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2026 หลังจากที่ Phone (3) ได้รับอัปเดตเวอร์ชันเสถียรไปก่อนหน้าในต้นเดือนเดียวกัน ผมสรุปสิ่งที่เปลี่ยนให้ตรงนี้ครับ
ภาพประกอบข่าวเป็นภาพทางการของ Phone (4a) Pro จากเว็บ Nothing ใช้แทนทั้ง 4 รุ่น
อัปเดตนี้มาถึงรุ่นไหนบ้าง
- Nothing Phone (4a)
- Nothing Phone (4a) Pro
- Nothing Phone (3a)
- Nothing Phone (3a) Pro
การปล่อยอัปเดตเป็นแบบทยอยเป็นรอบ ไม่ได้ถึงทุกเครื่องพร้อมกัน ใครที่ยังไม่เห็นการแจ้งเตือนให้เข้าไปที่ Settings > System > System update เพื่อเช็กเองได้ GSMArena แนะนำให้สำรองข้อมูลก่อน และไม่ต้องตกใจถ้าเครื่องกินแบตและอุ่นขึ้นระหว่างติดตั้ง เพราะ Nothing แจ้งว่าประสิทธิภาพจะกลับเป็นปกติหลังอัปเดตเสร็จ
ฟีเจอร์ที่ได้ร่วมกันทั้ง 4 รุ่น
หน้าตาและการใช้งาน
- แอป Glyph แยกต่างหากสำหรับจัดการระบบไฟ Glyph
- แยก Quick Settings ออกจากแถบแจ้งเตือน
- จัดไอคอนหน้าจอหลัก ทีละหลายอันพร้อมกัน ได้
- ธีม Translucent แบบกระจกฝ้า มีโทนสีอ่อนดึงจากวอลเปเปอร์
- นาฬิกาหน้าจอล็อกใหม่ 2 แบบ ปรับสีนาฬิกาเองได้
- ฟอนต์ Geist และหน้า Settings ที่ปรับใหม่
ความเป็นส่วนตัว
- แถบสถานะสามสี แจ้งเมื่อแอปเข้าถึงข้อมูลสำคัญ ตำแหน่ง หรือประมวลผลด้วย AI เป็นฟีเจอร์ที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ เพราะเห็นได้ทันทีว่าแอปไหนทำอะไรอยู่
วิดเจ็ตและการใช้งานอื่น
- วิดเจ็ตใหม่ Collector, Away Time และ Glyph Timer
- ธีม Expanded Dark บังคับให้แอปส่วนใหญ่ที่ไม่รองรับโหมดมืดเป็นสีเข้ม
- ปรับความสว่าง Enhanced HDR ได้
- อีโมจิ Noto 3D บน Gboard
- Live Updates บนแถบสถานะที่ปรับแล้ว
- กดเดียวเพื่อเชื่อมต่อหรือตัดการเชื่อมต่อบลูทูธใน Quick Settings
กล้อง: ต่างกันตามรุ่น
ทั้ง 4 รุ่นได้ Camera UI ใหม่ พร้อมการปรับปรุงการบันทึกวิดีโอ การซูม การถ่ายใกล้ และการสแกน QR ส่วนฟีเจอร์เฉพาะรุ่นมีดังนี้
- Phone (3a) และ (3a) Pro: ฟีเจอร์ Tuning ปรับเอฟเฟกต์ได้ 7 แบบ, Presets ที่ปรับปรุงพร้อมวิดเจ็ต 2x2, Filters และ Tuning ใช้กับวิดีโอได้ และ Dual-view Video
- Phone (4a) และ (4a) Pro: Dual-view Video ถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหน้าและหลังพร้อมกัน และถอดเสียงด้วย Essential Voice ได้เร็วขึ้น
รอบถัดไปของการอัปเดต
GSMArena รายงานตารางที่ตามมาดังนี้
- กลางเดือนพฤศจิกายน: Phone (2a) และ Phone (2a) Plus
- ปลายเดือนธันวาคม: Phone (3a) Lite
- กลางเดือนมกราคม: Phone (4b) และ CMF Phone 2 Pro
ตารางนี้เป็นแผนที่ Nothing ประกาศไว้ตามที่สื่อรายงาน วันที่อาจเลื่อนได้
วิธีอัปเดตและสิ่งที่ควรทำก่อนกดติดตั้ง
ขั้นตอนตามที่รายงานคือเข้า Settings > System > System update แล้วกดเช็กอัปเดต ถ้าเครื่องของคุณอยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ถูกปล่อยรอบแรก ก็อาจยังไม่เห็นรายการ ให้รอสักพักแล้วลองใหม่ ผมแนะนำตามที่ GSMArena เตือนไว้ คือสำรองข้อมูลก่อนทุกครั้ง ชาร์จเครื่องให้มีแบตพอ และเลือกช่วงที่ไม่รีบใช้งาน เพราะระหว่างติดตั้งเครื่องอาจร้อนและกินไฟมากกว่าปกติ ซึ่ง Nothing บอกว่าจะกลับเป็นปกติเมื่ออัปเดตเสร็จ
ทำไมอัปเดตนี้น่าสนใจกว่าแค่เปลี่ยนเวอร์ชัน
ปกติอัปเดต Android รุ่นใหญ่มักเน้นหลังบ้านที่มองไม่เห็นชัด แต่ Nothing OS 5.0 รอบนี้เปลี่ยนสิ่งที่ผู้ใช้เห็นและแตะทุกวัน เช่น การแยก Quick Settings ออกจากแถบแจ้งเตือน ที่ทำให้เข้าถึงปุ่มลัดได้ชัดขึ้น การจัดไอคอนหลายอันพร้อมกันที่ช่วยประหยัดเวลาตอนจัดหน้าจอหลัก และธีมกระจกฝ้าที่ปรับโทนสีตามวอลเปเปอร์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับภาพลักษณ์เรื่องดีไซน์ของแบรนด์
อีกด้านคือการที่ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ถูกปล่อยพร้อมกันทั้ง 4 รุ่น แม้ Phone (3a) กับ (4a) จะเป็นคนละเจเนอเรชัน ทำให้คนที่ยังใช้รุ่น 3a ไม่รู้สึกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ส่วนความต่างหลักอยู่ที่กล้อง ซึ่งแต่ละรุ่นได้ฟีเจอร์ไม่เหมือนกัน เช่น Tuning 7 เอฟเฟกต์ในรุ่น 3a ส่วนรุ่น 4a ได้ถอดเสียง Essential Voice ที่เร็วขึ้น
ข้อควรรู้
- ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจาก GSMArena ที่อ้างบันทึกการเปลี่ยนแปลง (changelog) ของ Nothing ผมยังไม่ได้อัปเดตเครื่องจริง จึงบอกไม่ได้ว่าฟีเจอร์ทำงานลื่นแค่ไหน
- ผมไม่พบข้อมูลว่าอัปเดตนี้ถึงเครื่องที่ขายในไทยเมื่อไหร่ การทยอยปล่อยเป็นไปตามภูมิภาคและรอบการปล่อย
- ตารางของรุ่นถัดไปเป็นแผนตามที่รายงาน อาจเปลี่ยนแปลงได้
มุมมองจากผม
สำหรับคนที่ใช้ Nothing Phone รุ่น a-series การอัปเดตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนเวอร์ชัน Android แต่ยกหน้าตา ระบบความเป็นส่วนตัว และกล้องไปพร้อมกัน จุดที่ผมสนใจคือแถบสถานะสามสีกับการแยก Quick Settings เพราะเป็นสิ่งที่ใช้ทุกวัน ส่วน Dual-view Video ก็เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายคอนเทนต์ ข้อควรระวังคือผมไม่พบข้อมูลว่าอัปเดตนี้ถึงเครื่องที่ขายในไทยเมื่อไหร่ เพราะการปล่อยเป็นแบบทยอยตามภูมิภาค ควรเช็กในเครื่องและสำรองข้อมูลก่อนอัปเดตทุกครั้งครับ



