
OPPO Find X10 Pro Max เปิดขายในไทย 27 ต.ค. จองสิทธิ์ล่วงหน้า 1,000 บาท
OPPO ไทยประกาศวันวางขาย Find X10 Series อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเปิดขายครั้งแรกวันที่ 27 ตุลาคม 2026 เวลา 19:30 น. และก่อนถึงวันนั้นยังเปิดให้จองสิทธิ์ล่วงหน้าแบบ Blind Booking ถึงวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 16:59 น. รุ่นที่คนไทยรอดูกันมากที่สุดคือ Find X10 Pro Max ที่ใช้กล้องหลัง 200MP ทั้งสามตัว ผมเลยรวบรวมสิ่งที่ยืนยันได้จากหน้าทางการของ OPPO มาเล่าให้ฟังครับ
กำหนดการในไทย
หน้า OPPO Thailand ระบุว่า Find X10 Series และแท็บเล็ต OPPO Pad Mini จะเริ่มวางขายพร้อมกันวันที่ 27 ตุลาคม 2026 เวลา 19:30 น. ส่วนการจองสิทธิ์ล่วงหน้าเปิดตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2026 เวลา 10:00 น. ไปจนถึง 26 ตุลาคม 2026 เวลา 16:59 น. ราคาที่ประกาศในหน้าทางการตอนนี้มีเฉพาะค่าจอง ส่วนราคาขายของตัวเครื่องในไทยผมยังไม่เห็นตัวเลขอย่างเป็นทางการครับ
Blind Booking คืออะไร
เป็นการจ่ายมัดจำ 1,000 บาท (รวมภาษีแล้ว) เพื่อรับคูปองเข้าบัญชี ไม่มีการจัดส่งสินค้าใด ๆ ในขั้นตอนนี้ คูปองในชุดมีสี่ใบ ได้แก่
- ลด 3,000 บาท สำหรับ Find X10 Pro Max
- ลด 2,000 บาท สำหรับ Find X10
- ลด 2,000 บาท สำหรับ Find X10 Pro Max Hasselblad Teleconverter Kit
- ลด 2,000 บาท สำหรับ OPPO Pad Mini รุ่น Matte Display Edition
ใช้ได้หนึ่งคูปองต่อหนึ่งออเดอร์ จองได้หนึ่งสิทธิ์ต่อคน และใช้ร่วมกับคูปองอื่นหรือโปรโมชันที่มีกำหนดเวลาไม่ได้ คูปองใช้ได้ตั้งแต่ 27 ตุลาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2026 หลังจากนั้นหมดอายุในวันที่ 1 ธันวาคม และการขอคืนเงินใช้เวลาดำเนินการได้ถึง 60 วันทำการ ใครที่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อจริงควรอ่านเงื่อนไขนี้ก่อนจ่ายครับ
ชุด Creator Kit ที่เป็น Find X10 Pro Max พร้อม Teleconverter Kit ได้ส่วนลด 5,000 บาท แต่จำกัดเพียง 200 เครื่องแบบมาก่อนได้ก่อน
สเปกหลักของ Find X10 Pro Max
ข้อมูลสเปกด้านล่างอ้างอิงรุ่นที่เปิดตัวในตลาดโลก ซึ่ง Notebookcheck สรุปไว้ ส่วนรุ่นที่วางขายในไทยอาจมีรายละเอียดบางอย่างต่างกัน เช่น ความจุแบตเตอรี่หรือหน่วยความจำ จึงควรรอสเปกจากหน้าไทยอีกครั้ง
- กล้องหลัง: 200MP สามตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก Samsung ISOCELL HPC ขนาด 1/1.3 นิ้ว รูรับแสง f/1.5 มี OIS กล้องอัลตราไวด์ 124 องศา โฟกัสใกล้สุด 4 ซม. และกล้องเทเลโฟโต้ปริสโคป 70 มม. ซูมออปติคอล 3 เท่า
- วิดีโอ: 4K 120 เฟรม และ 8K 30 เฟรม จากกล้องหลังทั้งสามตัว รองรับ Dolby Vision, Open Gate และ O-Log2
- ชิป: MediaTek Dimensity 9600 Pro ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตร
- หน้าจอ: AMOLED LTPO 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2,772 × 1,272 รีเฟรชเรตปรับได้ 1–120Hz และไปถึง 144Hz ในเกมที่รองรับ
- ความทนทาน: IP66, IP68 และ IP69
- ซอฟต์แวร์: ColorOS 17 บน Android 17
จุดที่ผมมองว่าต่างจากเรือธงรุ่นอื่นชัดที่สุดคือการใช้ 200MP ครบทั้งสามระยะ ปกติมือถือเรือธงมักใช้เซนเซอร์ความละเอียดสูงเฉพาะกล้องหลัก ส่วนกล้องซูมกับกล้องอัลตราไวด์ความละเอียดต่ำกว่า OPPO ยังมี Teleconverter ของ Hasselblad แบบแยกขายที่ช่วยขยายซูมออปติคอลได้ราว 10 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับชุด Creator Kit ที่เปิดจองในไทย
ใครควรรอดูตัวจริง
คนที่ถ่ายภาพซูมบ่อย ถ่ายวิดีโอเอง และอยากได้เครื่องที่ครอปภาพจากไฟล์ใหญ่ได้มากขึ้น น่าจะสนใจรุ่นนี้ ส่วนคนที่ต้องการเปรียบเทียบราคากับเรือธงรุ่นอื่น ควรรอราคาไทยที่จะประกาศวันที่ 27 ตุลาคมก่อน เพราะราคาตลาดยุโรปของรุ่นนี้อยู่ที่ 1,799 ยูโร ซึ่งสูงกว่ารุ่นก่อนหน้าอยู่พอสมควร และราคาไทยยังไม่เปิดเผยครับ
ผมยังไม่ได้ลองใช้เครื่องจริง ข้อมูลทั้งหมดจึงมาจากหน้าทางการของ OPPO และรายงานจากสื่อ หากมีรายละเอียดราคาและสเปกรุ่นไทยเพิ่มเติมหลังเปิดขาย ผมจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ



